Tuesday, October 14, 2008

Day 200...Flies Attack

ความจริงเวลาทำกับข้าว มันจะต้องมีเครื่องดูดควัน และลดกลิ่น โดยเฉพาะกับข้าวไทย กลิ่นแรงมากๆ แต่เครื่องดูดควันบ้านนี้มันออกแบบได้ติงต๊องมาก คือ ดูดจากตรงเตา แล้วไปปล่อยเหนือเตา - -'

ดังนั้น เราจึงต้องเปิดประตูหลังบ้าน เพื่อช่วยระบายอากาศแทน ผลก็คือ...

แมลงวันs (เติม s ด้วย เดี๋ยวไม่รู้ว่าหลายตัว)

ตอนนี้แมลงวันเต็มบ้านเลย กะคร่าวๆ น่าจะเกิน 20

ตอนกลางคืนมันจะขึ้นไปเกาะบนเพดาน แล้วเพดานก็ขาว จะเห็นแมลงวันเป็นจุดดำๆ ดั่งดาวดำดาษดื่นเต็มฟ้าขาว (ไม่ใช่ฟ้าครามนะ)

กำลังพยายามหาทางขับไล่แมลงวันอยู่ แต่ถ้าทำกับข้าวอีก ก็ต้องเปิดบ้านอีก แล้วมันก็เข้ามากันอีก ทำไงดี ใครก็ได้ช่วยบอกหน่อย

Friday, October 10, 2008

Day 196...Roommates

เมื่อกี้พี่ก้านกับซอง เพิ่งพาซองฮีมาดูอพาร์ตเมนต์

ซองฮีคือสาวเกาหลีที่คาดว่าจะมาอยู่กับเราแทนพี่จ๋า ซึ่งมีอันต้องพลัดพรากจากกันไป...เศร้า T_T

ซองฮีเป็นสาวเกาหลีน่าตาน่ารัก (เริ่มอิจฉาเราล่ะสิ) แต่เขาบอกว่าเขาทำกับข้าวไม่เก่ง คิดว่างานนี้ได้อดตายกันทั้งคู่แน่ๆ

แวะมาอัพเดตแค่นี้แหละ รอกินซูชิจากพี่จ๋าอยู่...พี่จ๋าของผม T_T

Wednesday, October 08, 2008

Day 194...SIX MONTHS!!

เผลอนิดเดียว นี่เราอยู่มาครึ่งปี (หน่อยๆ) แล้ว...โอ้ เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วยิ่ง

ว่าแล้วก็ไม่รู้จะคุยอะไร เพราะมีแต่เรื่องเรียนกับที่อยู่

ช่วงนี้นอกจากเรียน ทำ research แล้วก็ยังต้องไปเฝ้า lab วันจันทร์ กับวันพุธ ตอนบ่ายๆ อีก ขอบอก...ในห้องหนาวชะมัด

เมื่อบ่าย (ก่อนไปเฝ้าห้อง lab) ก็ไปหา Dr. Dai มา Dr. Dai สอน PDE เรา แล้วพอดีทำการบ้านไม่ได้ก็เลยไปถาม Dr. Dai ใจดีโคตร ค่อยๆ บอก

บอกการบ้านเสร็จก็ถามว่า

"หนูมาจากเมืองไทยใช่มั้ย"

"ค่า"

"แล้วหนูว่า class เป็นไงมั่ง"

"ก็ดีค่า (จริงๆ นะ)"

"หนูเรียนตามไปได้ใช่มั้ย"

"ค่า"

ฉะนี้แล (จริงๆ ไม่มีอะไรจะเล่า เลยเอาอันนี้มาเล่าเรื่อยเปื่อย)

อ้อ ใน quarter นี้ Dr. Box บอกว่าเราน่าจะเข็นเปเปอร์ออกมาได้ซักฉบับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ต้องรีบไปอ่านให้เยอะๆ ก่อน ไปละ

Wednesday, October 01, 2008

Day 187...My Situation

ตอนนี้กำลัง summary... summarize... ซำมาลุ้งๆๆ (เราบ้าไปแล้ว - -')
แล้วก็ทำการบ้าน...PDE
แล้วก็ทำ Term Paper กับ Term Project
และมีแนวโน้มว่าต้องเขียน proposal เร็วๆ นี้

แค่มาบอกว่าผมยังอยู่ค้าบ... มุดอยู่ใต้ผ้าห่ม เพราะช่วงนี้ชักหนาว หนาวแบบหน้าหนาวกรุงเทพน่ะ ยังไม่หนาวมาก แจ็คเก็ตตัวเดียวยังไหวยู้

Saturday, September 27, 2008

Day 183...PDE Test 1

เมื่อวานมีสอบ PDE... ไม่ยาก แต่ทำไม่ทัน T_T

ข้อสอบมี 5 ข้อ ให้เวลา ชั่วโมงกับสิบห้านาที เป็นข้อละสิบห้านาที ทำไม่ทัน สุดท้ายทำเสร็จไปสามข้อ อีกสองข้อไม่เสร็จ ไม่รู้จะได้คะแนนเท่าไหร่ ไว้รอลุ้นกัน

ไปอ่านเปเปอร์ต่อละ

Thursday, September 25, 2008

Day 181...Blood Donation

หลังจากเรียนเสร็จ กินข้าวเสร็จ ไปซื้อโฟลเดอร์เสร็จ กะจะไปคุยกับ ISO เป็นเพื่อนพี่จ๋า ปรากฏว่า เดินผ่านที่รับบริจาคเลือด เลยไปเอาเลือดบ๊องออกซะ แทนที่จะไปเป็นเพื่อนพี่จ๋า พี่จ๋าเลยต้องอยู่เป็นเพื่อนเรา

ขั้นตอนการบริจาคก็เหมือนไทยเรานี่แล ไปถึงก็กรอกๆ เอกสาร ซักประวัติ ถามโน่นถามนี่ อันไหนไม่รู้จักไม่รู้เรื่องก็ถามเขาเอา แล้วก็วัดความดัน วัดอุณหภูมิร่างกาย แล้วก็เจาะนิ้ว

ตรงนี้ต่างจากบ้านเราหน่อย เขาเอาเลือดที่นิ้วเราไปหยดใส่ Copper sulfate ดูว่ามันจมหรือลอย ถ้ามันจมก็บริจาคได้เลย แต่ถ้ามันลอย เหมือนเลือดเรา ก็ต้องเอาไปเข้าเครื่อง เรียกว่าอะไรไม่รู้ แต่ค่าออกมาจะบอกว่าปริมาณเม็ดเลือดแดงเยอะพอบริจาครึเปล่า

เม็ดเลือดแดงเราพอ เลยต้องไปขึ้นเขียงเชือด

คุณพี่ที่รับหน้าที่เชือด เป็นผู้ชายผิวเกือบมืด (เลือดผสมนั่นเอง) ชื่อ Fabvius เขาบอกว่าชื่อเขามาจากภาษากรีก เพราะแม่ชอบอ่านนิทานกรีก แล้วชื่อเขาก็แปลว่า ความรัก (หวานซะไม่มีอะ)

ตอนเจาะเลือด กับตอนเอาเข็มออก ไม่เจ็บเท่าไหร่ ไม่ใช่เพราะคุณพี่เฟบมือเบาหรอก แต่เพราะคุณพี่เฟบเขามือไว

คุณพี่เฟบคุยเก่งมาก เจาะเลือดเราไปก็ชวนเรากับพี่จ๋าคุย เขาบอกว่าเขาเคยอยู่ Air Force มาก่อน เคยไปมาหลายประเทศ ล่าสุดเห็นว่าไปอิรัก เขาบอกว่าเขาอยู่ญี่ปุ่นตั้งหลายปี แล้วก็รู้จักคนไทยบ้าง พอพูดถึงไทยทีไร ไม่ว่าใครก็บอกว่าชอบอาหารไทยทั้งนั้น คุณพี่เฟบก็บอกอย่างนั้น เราก็เลยโฆษณาไปว่า พี่จ๋าทำกับข้าวไทยเป็น เขาก็เลยว่าต้องขอมาชิมบ้างแล้ว

คุยมาคุยไป ถูกคอ เขาก็เลยบอกว่าจะไว้จะส่งอีเมลมาคุย พอให้เลือดเสร็จ เขาก็จะมีผ้าก็อตแบบเหนียวๆ พันแขน แถมแต่ละสีที่ให้เลือกนี่สะท้อนแสงซะ มีทั้งแดง ม่วง เขียว เหลือง ฟ้า ประหนึ่งจะโชว์ให้คนทักเล่น (ซึ่งก็มีคนทักมากมายจริงๆ ขนาดเราเลือกสีฟ้านะเนี่ย) พี่จ๋าบอกว่า พันเหมือนแมวที่บ้านพี่จ๋าเลย คุณพี่เฟบเลยหัวเราะใหญ่

เสร็จแล้ว นอนพักนิดนึง พอตอนจะกลับ เขาก็เลยแจกเสื้อมาสองตัว ให้พี่จ๋าด้วย แทนที่จะให้เราตัวเดียว (หวังกับข้าวไทยรึเปล่าหว่า) แล้วก็เลยแลกอีเมลกัน

ให้เลือด ได้บุญ ได้เสื้อ แถมได้เพื่อนอีกคน สบายใจ


Wednesday, September 24, 2008

Day 180...Pix of New Apartment

กำลังเบื่ออ่านเปเปอร์

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว จำได้ว่ายังไม่ได้เอารูปบ้านใหม่มาให้ยล ก็เลยไปขโมยมาจาก blog พี่จ๋ามาใส่ picasa ของเรา แล้วก็จัด link มาให้ ทั้งหมดนี่เป็นฝีมือการถ่ายทำของพี่จ๋า และกล้องของพี่จ๋าเอง เชิญทัศนา
New Apartment 8/30/08

Sunday, September 21, 2008

Day 177...Any IDEA?

เมื่อคืนชวนเพื่อนๆ ชาวซาอุฯ มากินข้าวที่บ้าน นัดไว้สองทุ่ม แต่พวกมัน...สาย...หิวนะเฟ้ย - -'

เพื่อนๆ ที่มาก็มี โมฮัมเมด ยาซา (เรียกมันว่ายาซา เพราะคนชื่อโมฮัมเมดเยอะเหลือเกิน), โมยาด, แล้วก็ ไฮดาร์ คุยกับพวกนี้ก็สนุกดี มันเป็นมุสลิมที่โอเพ่นพอสมควร คือ ยอมรับความคิดของคนต่างศาสนาเหมือนกัน

เอาล่ะ เรื่องศาสนาเราไม่สนหรอก ที่เราสนใจคือบ้านเมืองมันต่างหาก ซึ่งทำให้เราเข้าใจว่า ทำไมพวกมันถึงรักประเทศกันนัก

คือ เมื่อคืน โมยาด show map บ้านเมืองมันที่ถ่ายจากดาวเทียมให้ดู บ้านมันเป็นเกาะ มีสะพานเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านไฮดาร์ (ส่วนยาซามันอยู่คนละเมือง คนละภูมิภาคเลย ของยาซาเป็นเมืองหลวง อ้อ ต้องบอกก่อนว่า บ้านเมืองมัน แค่คนละหมู่บ้านก็พูดกันคนละภาษาแล้ว อย่าว่าแต่คนละภูมิภาค ยังดีที่มีภาษามาตรฐานให้คุยกันได้) เราเห็นผังเมืองมันเป็นระเบียบมาก บางพื้นที่ยังโล่งๆ อยู่ โมยาดก็บอกว่า ตรงนี้เพิ่งถมทะเลเป็นแผ่นดิน ตรงนั้นก็เพิ่งถมเป็นแผ่นดิน บ้านมันก็อยู่บนพื้นที่ถม...อันนี้ยังไม่อึ้งเท่าไหร่

แล้วมันก็เลื่อนให้ดูว่า จากเกาะบ้านมันไปอีกติ๊ด ก็เป็น oil field มันจึงสันนิษฐานว่า บ้านมันคงอยู่บนอ่างน้ำมัน...อึ้งที่สอง ยังไม่เท่าไหร่

ไฮดาร์บอกว่า บ้านมันเป็นฟาร์มเลี้ยงสัตว์ (อันนี้ทำให้เราชักอยากไปเที่ยวบ้านมัน) ส่วนน้ำประปา ไม่ต้องห่วง ถูกมากๆ ทำมาจากน้ำทะเล...อันนี้เราอึ้งมาก เพราะเราเข้าใจว่า กว่าจะเอาน้ำทะเลมาทำเป็นน้ำจืด มันยาก น่าจะใช้งบสูง แต่อีนี่บอกว่าถูกมากๆ

ไฮดาร์ยังบอกอีกว่า มันไม่ต้องเสีย tax บ้านมันไม่มี tax รัฐบาลมันรวย...ดีวุ้ย ถ้ารัฐบาลเราไม่มีคอรัปชั่นคงรวยเหมือนกัน อาจจะไม่เท่าซาอุฯ (เพราะมันขายน้ำมันก็รวยละ) แล้วก็ไม่ต้องงด tax แบบนั้น แต่ประชาชนก็คงไม่ลำบาก เพราะบ้านเมืองเราทรัพยากรเพียบ ออกไปหน้าปากซอยก็ไม่ข้าวแกงกินแล้ว

อีกอย่าง ก่อนหน้านี้เรารู้มาว่า พวกซาอุฯ ที่มาเรียนที่นี่ ไม่ได้ใช้งบของตัวเองเลย ทุนรัฐล้วนๆ แค่มีข้อแม้ว่า แกต้องกลับมาทำงานให้ประเทศ พวกนี้บางคนเลยหอบลูกหอบเมียมาเรียนด้วยกันซะเลย

บ้านเมืองมันไม่มีเหล้าไม่มีแอลกอฮอล ถ้าจะมีต้องอยู่ใน area ที่จัดไว้เฉพาะ แล้วก็เน้นขายชาวต่างชาติ เพราะคนบ้านมันไม่กิน แล้วก็ ถ้าใครเอาเหล้าออกจาก area นั้น ถึงจะเอากลับไปกินที่บ้านก็เหอะ ถูกจับนะคร้าบ

ไฮดาร์บอกว่า บ้านเมืองมันไม่มีโจรกับขโมย มันให้เหตุผลว่า เพราะประเทศมันรวย...แต่เราว่า เพราะกฏหมาย (หรือ constitute ที่มันใช้ปกครองประเทศ) มันเคร่งครัดมากกว่า ไม่น่าจะเกี่ยวกับความรวยความจนของประเทศหรอก

พอถามถึงความรุนแรงในบ้านเมืองมัน ไอ้พวกนี้ส่ายหน้าบ่นใหญ่เลย มันบอกว่าข่าวที่ออกไปมีแต่บอกว่ามุสลิมหัวรุนแรง จริงๆ แล้วแค่กลุ่มเดียว บ้านมันออกจะสงบ ไม่มีปัญหาอะไรกับใคร...เออ ก็จริง ซาอุฯ ไม่เห็นมีข่าวแนวนี้

บอกแล้วว่ามุสลิมไม่ได้เลวร้าย พวกที่เลวร้ายคือพวกที่หาผลประโยชน์จากศาสนามากกว่า แล้วก็มาปั่นพวกนี้ให้คล้อยตามในทางที่ผิด

ว่ากันไปว่ากันมา หันมาดูบ้านเมืองเรา เขาว่าเป็นเมืองแห่งพระพุทธศาสนา ที่เป็นศาสนาแห่งเหตุผลแท้ๆ แต่ดันไม่เอาหลักศาสนามาใช้ อายบ้านอื่นเมืองอื่นเขามั้ยเนี่ย


Thursday, September 18, 2008

Day 174...New Friends

P Ja and I joined the movie night at ELS 2 couple of hours ago. We found Bill there and he told us to go to BCM. There are a lot of interesting activities, i.e., meet a conversation partner. So we were there after the movie.

Once we were there, a gave us blue cards to write our information in order to change with our partnet. But after that, I have got 2 cards which means I have 2 partners.

They are girls for sure, and they are so cute. They are freshmen in Tech but I don't feel old when I was talking to them. I'm young actually. :D

Okey, it's so late now. I'd better go to bed.


Tuesday, September 16, 2008

Day 172...About These Days II

ช่วงนี้มี tons of papers จะต้องอ่าน
อ่านกันแทนข้าวเลย...

วันนี้ท่าจะดวงไม่ดี นั่งเรียนอยู่โดน case (ที่วางไว้ใต้โต๊ะแบบ unstably) ตกใส่นิ้วโป้งเท้า เจ็บโคตร ไม่รู้จะช้ำป่าวเนี่ย รอดูอาการอยู่

หลังจาก hurricanes (ใส่ s เพราะมันมากกว่าหนึ่งลูก) เฉียดผ่านไป อากาศก็เย็นลง ตอนแรกก็เย็นดีหรอก 70 ก่าๆ ยังไหว ทำไปทำมามันกลายเป็นเย็นยะเยือก เหลือประมาณ 60 หน่อยๆ เรากับพี่จ๋าหาเสื้อหาผ้าห่มมาห่อตัวกันทั้งวัน แต่พี่นูนบอก แค่เย็นๆ ... เออ ไม่อ้วนมั่งก็แล้วไป (เอ๊ะ ไม่อ้วนก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ??)

ไม่มีอะไรละ มาบอกแค่นี้แหละ ต้องไปอ่านเปเปอร์ต่อ


Sunday, September 14, 2008

Mythbusters at NVISION 08 & IPod nano IV

Jamie and Adam demonstrate the difference between a CPU and GPU at NVISION 08 in San Jose, CA on August 27th, using robots and and a lot of paintballs.



###

IPod nano 4th generation. I don't like the design but the features are very cool.
Check it here.


Saturday, September 13, 2008

Day 169...Today's Report & a New Song

เมื่อกี้ไฟดับ...

ดับนานซะด้วย น่าจะกว่าครึ่งชั่วโมงได้ กะว่าถ้าดับนานกว่านี้คงจะได้นอนแต่สามทุ่มละ คิดว่ามันคงเป็นผลมาจากเจ้า Ike มั้ง แล้วช่วงนี้ก็มี Tornado watch อยู่เรื่อยๆ ตื่นเต้นดีเหมือนกัน

อ้อ กดฟังเพลงข้างๆ หน่อยนะ มีเพลงแนะนำ

"รักยุค Hi Tech" ของคุณนุช

น่ารักอะ หนูชอบ...


Friday, September 12, 2008

Day 168...$1 Lunch and CMS Moving

หลังจากเปิดเทอมมาได้สัปดาห์นึง การบ้านเพียบ...

เมื่อวานพอดีได้ไปกินกลางวันแบบอิ่มจังตังอยู่ครบ ที่ลานน้ำพุ (Lady of the Mist) เป็นกลุ่ม Wesley Foundation เขามาจัดเพื่อโฆษณา จริงๆ Wesley นี่เขาจะมีมื้อกลางวันแบบนี้ทุกวันพฤหัสฯ ที่รังของเขา (เป็นบ้านน่ารักๆ ติดกับตึก Business) พวกนี้เป็นกลุ่มนักเรียนที่นับถือคริสต์นิกายอะไรจำไม่ได้ เขาจะได้ fund มาจัดกิจกรรมมากมาย เราก็ไปเพราะจะกินของถูก และได้รู้จักคนเยอะดี

มันจะมีอีกกลุ่มหนึ่งอยู่ใกล้ๆ กับ Nethken Hall (lab เรา) ชื่อว่า BCM เป็นพวกนิกาย Baptist ก็จะมีมื้อเที่ยงหนึ่งบัคแบบนี้เหมือนกันแต่เป็นวันอังคาร ยังไม่เคยไปกินเหมือนกัน ว่าจะลองอยู่

แว่วๆ ว่าวันพุธก็มีอีกที่นึง แต่ไม่รู้ว่าที่ไหน

เล่าต่อ...เมื่อวานที่ไปกิน ก็เจอ Calvin ที่เคยรู้จักกันมาแล้วก่อน summer เล่าย่อๆ ก็คือ เรารู้จักหมอนี่จาก Raul แล้วก็ David ที่เรียน ELS ด้วยกัน สองคนนี้เขาสอนภาษาสแปนิชให้เคลวิน เพราะเคลวินเรียนเอกนี้อยู่ เจออีกทีก็จำได้ (จริงๆ เราจำชื่อมันไม่ได้หรอก แต่ได้ยินมันแนะนำตัวเองกับคนอื่น เลยอ๋อขึ้นมา) ก็เลยนั่งคุยนิดหน่อย แล้วก็เลยไปรู้จักเพื่อนเขาอีกคนหนึ่ง ชื่อ David เหมือนกัน (คนละ David กับข้างบนนะ) รายนี้สายตาแกมีปัญหา ไม่รู้มองเห็นได้ขนาดไหน เวลาคุยกับเรา เขาจะไม่มองหน้า แล้วก็ถือไม้นำทางอันนึง ขอบอก แกโคตรบ้าพลังเลย ตอนเลิกงานก็ช่วยเขาเก็บโต๊ะด้วย

คือที่เมืองนี้จะเห็นคนตาบอดเดินไปเดินมาอยู่บ่อยๆ เพราะมี Center of the blind ถึงสองแห่ง (ไม่รู้สองแห่งนี้มันเกี่ยวข้องยังไงกันรึเปล่า) แล้วก็มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการโดยทั่วไป เราเคยเห็นคนตาบอดกลุ่มนึงเดินข้ามถนนตรงทางม้าลาย ตรงนั้นมันไม่มีเสียงสัญญาณบอกให้คนข้ามนะ แต่ไม่รู้เขาทำยังไงถึงข้ามได้พอดีกับไฟแดง เราก็ยังไม่เคยถามใครซะที

จบเรื่องเมื่อวาน เอาเรื่องวันนี้ต่อ

หลังเรียนเสร็จ เราไปที่แล็บ เพราะต้องไป move clusters กองหนึ่ง ที่เป็น CMS demo ของตา Matt มาไว้ที่แล็บเรา เพราะเราต้องรับผิดชอบต่อจาก Matt ซึ่งเพิ่งจะจบไป James กับพี่นูนก็มาช่วย แต่เรา guilty มากๆ เลย เพราะ James มาช่วยแล้วได้แผลด้วย เราก็โดนไปนิดนึง แต่ไม่ถึงกับเลือดอาบ แถมเรายังทำน้ำหกนิดนึงด้วย เพราะขวดน้ำที่เราแบกไปมันปิดไม่สนิท ดีที่หกลงพื้น ไม่โดนเครื่อง แต่...หนูเสียใจอะ

หมดเรื่องเล่าละ เดี๋ยวจะไปกินข้าวบ้านพี่ก้านต่อ คงกลับดึกแน่ๆ การบ้านคงต้องไว้ทำพรุ่งนี้ซะแล้ว


Monday, September 08, 2008

Day 164...About These Days

ช่วงนี้ไม่มีอะไรเท่าไหร่ เช้าก็ไปเรียน แล้วก็กลับมากินข้าวเที่ยง บ่ายก็ทำการบ้านมั่ง ทำ research มั่ง เพียงแต่บ่ายวันนี้มีประชุมกับอาจารย์ Box แล้วก็คนอื่นๆ อาจารย์ Box จะให้ประชุมกันแบบนี้ทุกอาทิตย์ เพื่อติดตามงาน

อ้อ เทอมนี้ลงวิชาเรียน 2 ตัว คือ PDE (Partial Differential Equations) เรียนกับ Dr. Dai มี James, Clayton แล้วก็พี่นูนลงด้วย อีกวิชาก็ Software Engineering เป็น Advanced Topics เรียนกับ Dr. Box วิชานี้ classmate ที่รู้จักก็มี Moayad คนเดียว แล้วก็ต้องทำ Term paper กับ Term project ด้วย ไม่รู้จะเป็นยังไงมั่ง


Thursday, September 04, 2008

Day 160...School Starts

เปิดเทอมแล้วจ้า...

วันนี้เรียนวันแรก เรียนกับ Dr. Box บอกตามตรงว่าง่วงเ
หมือนกัน เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย (สี่ทุ่มครึ่ง เหอๆ) เรียนวันแรกเป็น Introduction ก็ไม่ค่อยมีอะไร ไม่มีการบ้าน แต่คิดว่าอีกซักพักงานคงเยอะ เพราะมีทั้ง Term paper แล้วก็ Term project ต้องลุยแหลกเท่านั้นแหละ

มาแล้วจ้า Calvin เวอร์ชั่นรักสิ่งแวดล้อม


ส่วน Garfield ก็ยังหาเรื่องอ้วนเหมือนเดิม



Tuesday, September 02, 2008

Day 158...Orientation in The Storm

จริงๆ ฝนมันตกมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว Hurricane Gustav เข้า แต่เราโดนแค่หางๆ นะ เฉียดๆ เพราะอยู่ทางเหนือของ Louisiana เขาบอกว่าเมื่อคืนไฟดับตอนสี่ห้าทุ่ม หนูไม่รู้ หนูนอนแล้ว - -'

เมื่อเช้าตื่นมา เปิดไฟห้องน้ำ...ไม่ติด เลยต้องถือไฟฉายแปรงฟัน

พอจะลงมาหาอะไรกิน กำลังคิดว่าจะทำยังไงดี ไฟดับ ปิ้งขนมปังไม่ได้ ก็บังเอิญได้ยินเสียงตู้เย็นติดขึ้นมา เลยได้ปิ้งขนมปังกิน พอกินเสร็จ มันดับอีกรอบ

มาติดเอาอีกทีตอนกำลังจะออกไป orientation เยี่ยมจริงๆ

ออกจากบ้าน ถือร่ม เผชิญพายุโหมกระหน่ำ (เวอร์ไป แค่ลมแรงเฉยๆ หรอก) แต่ร่มเรายังเอาไหวอยู่ เป็นร่มที่ซื้อมาจากจีน...ใครว่าของจีนไม่ดี ฮึ

Orientation จริงๆ มันคือ International Orientation ไม่ได้เกี่ยวกับเราเล้ย แต่เราก็เนียน หนูเป็น International student ค่า เลยได้ของแจก ได้กินฟรี...อิ่ม อ้อ ได้เพื่อนใหม่ด้วย

เห็นคนที่ไปมีหลายชาติหลายภาษา แต่ส่วนมากเป็นอินเดียกับเนปาล มันเยอะจริงๆ นะ ปาเข้าไปสองในสามได้ แต่ไม่ได้คุยนะ คุยกับจีนมากกว่า เพราะนั่งกินอยู่โต๊ะเดียวกัน

ตอนเย็น ประมาณสามโมงครึ่ง ฝ่าพายุไป Mini-Orientation อีก พอออกไปปุ๊บ จะข้ามทางรถไฟ รถไฟก็มา ต้องรอมันไปก่อน ท่ามกลางพายุถาโถม (เวอร์อีกแล้ว) พอไปถึงหน้าห้อง ก็มีป้ายแปะว่า จะมี Mini-Orientation วันนี้เวลา 4 โมงเย็น เรามองนาฬิกา สี่โมงแล้วห้องก็ไม่เปิด สี่โมงสิบห้าแล้วก็ไม่เห็นหมาซักตัว กลับดีกว่า ฝ่าพายุอีกรอบ ชิ พวกอเมริกัน


Saturday, August 30, 2008

Day 155...Go Dawgs!

เมื่อวาน เอก มน พี่ก้าน แล้วก็ น้องวาว (นักเรียน ELS คนใหม่ เพิ่งมาได้เดือนเดียว) มากินข้าวที่บ้าน เนื่องในโอกาสขึ้นบ้านใหม่ (จริงๆ แล้วเนื่องในโอกาสแนะนำน้องวาวต่างหาก) มนก็เลยบอกว่า วันนี้จะมีแข่ง American football เราก็เลยตั้งใจจะไปดู

ฟุตบอลเริ่มตอน 5:45 PM Louisiana Tech U เจอกับ Mississippi State U เราไปถึงที่นั่นก็เอาบัตรนักเรียนไปแลกตั๋วเข้า กับพัดรูปตีนหมา ก่อนเข้าก็แวะซื้อน้ำไปขวดนึงด้วย พี่นูนเลี้ยง (เลยได้อุทาหรณ์ว่า ไปดูกีฬาควรพกน้ำไปด้วย เพราะมันแพง) แล้วก็เข้าไปดู จริงๆ บนอัฒจรรย์มันเป็นที่นั่งแบบขั้นบันได แต่ปรากฏว่า ทุกคนยืน...มันลุ้นน่ะ ก็เลยยืนกันหมด เราก็ยืนด้วย ดูๆ ไป ตอนแรกๆ ก็ไม่รู้เรื่อง เพราะไม่เคยดู American football มาก่อน พี่นูนก็เลยอธิบายคร่าวๆ เท่าที่เขารู้ ซึ่งก็ค่อยได้อะไรเท่าไหร่ มารู้เรื่องก็อีตอนเขาเฮ เราก็เฮนั่นแหละ เลยเก็ทขึ้นมาว่า อ๋อ จังหวะนี้เราได้เปรียบ พอเราเสียเปรียบ ก็จะปรากฏคำที่ต้องเซ็นเซอร์...ปิ๊บ แล้วก็บางที มันตะโกนเชียร์คำว่าอะไรไม่รู้ เราก็ว่าจะสะกิดถามคนข้างๆ แต่เห็นมันบ้าอยู่ ก็เลยไม่เอาดีกว่า

American football ช่างเป็นเกมที่ใช้คนเล่นเยอะมาก เห็นในสนามส่วนหนึ่ง ข้างสนามอีกเป็นฝูง ประมาณดูเกิน 50 แน่ๆ มาช่วง quarter แรก ก็เชียร์กันไป มีแรงอยู่ก็เชียร์ไป โดนนำก็ยังเชียร์ พอ quarter สอง เสียงเริ่มแผ่ว เพราะ MS State มันทำ touchdown ได้ แล้วเริ่มนำห่าง แต่พอพักปุ๊บ มา quarter สาม Tech ได้ field goal แถมทำ touchdown ได้อีกเลยกลับมานำ จากนั้นแต้มก็ไหลเรื่อยๆ ท้าย quarter สี่ คนเล่นชักเจ็บกันเยอะ เกมอืดๆ มันจะไม่เหมือน soccer ตรงที่ ถ้ามีบาดเจ็บ มีคนนอน เวลาจะหยุด quarter นี่ก็เลยใช้เวลาเยอะมาก แต่คนก็ยังเชียร์กันอยู่ ไม่หนีไปไหน เพราะ Tech ชนะ 22:14 อิอิ สุดท้ายแล้วเราเลยได้กลับบ้านตอนสามทุ่มครึ่ง

เกมก็สนุกดี แต่บรรยากาศรอบๆ สนามสนุกกว่า เด็ก Tech ส่วนมากใส่เสื้อยืดพื้นสีน้ำเงิน เป็นสีของ Tech บางคนก็ไม่ได้ใส่เสื้อ เพราะพี่แก paint ตัวเอา เห็นมีอยู่กลุ่มนึง paint ตัวสีน้ำเงิน แล้วก็เขียนตัวอักษรสีแดงขอบขาวตัวโตๆ พอมายืนรวมกันก็อ่านได้ว่า "GO DAWGS!" ไม่ต้องสงสัยว่าคำนี้มันศัพท์บ๊องอะไร มันคือคำว่า "GO DOGS!" น่ะแหละ แต่เขียนให้มันแฟนซีขึ้นเท่านั้น อย่างที่เคยบอก สัตว์สัญลักษณ์ของ Tech ก็คือบูลด็อก ทุกคนที่อยู่ที่นี่จึงเป็นหมาบูลด็อกกันหมด ก็มันตะโกนกันว่า "We are bulldogs!" นิ ข้างสนามนอกจากจะมี cheer leader น่ารักๆ ต่อตัวกันแล้ว ก็ยังมี mascot เป็นตัวบูลด็อกเดินไปเดินมา มี staff โยนเสื้อขึ้นมา (รับไม่ได้ซักตัว) โยนลูกหนำเลี้ยบ (บอลที่เล่นกันใน American football น่ะแหละ) ลูกเล็กๆ สีน้ำเงินขึ้นมา พี่นูนเก็บได้ลูกนึงก็เลยให้เรา...ขอบคุณค่ะ

อีกอย่างที่ได้จากบรรยากาศรอบสนามก็คือ ไอ้คนข้างหน้าสองคน (หน้าตาคล้ายๆ กัน สงสัยจะเป็นแฝด) พอ Tech ทำ advance ได้ แบบไกลๆ แกทั้งสองก็จะแปะมือกับคนรอบข้างทุกคน เราอยู่หลังพวกมันพอดี เลยแปะด้วย...รู้จักกันเหรอ?

เสียดายที่เราไม่มีกล้อง ไม่งั้นจะถ่ายรูปมาให้ดู โอ๊ะ...ไม่แน่ อาจจะขอจาก Reggy ได้ เจอมันอยู่ มันถ่ายรูปเราให้ด้วยแหละ


Thursday, August 28, 2008

Day 153...New Apartment

Now I'm in my new apartment which has 2 floors, 2 bedrooms, 2 bathrooms. But I still have to share the room with P Ja because another room belongs to P Noon. That means there are three of us sharing the same apartment. Since we've just moved, I'm so tired of cleaning it.

Anyway, I'd love y'all seeing these comics.


I've told you this boy has fantastic imagination.


At last, Garfield still keeps gaining his weight.


Sunday, August 24, 2008

Day 149...Altogether

พี่ก้านกลับมาแล้ว...มาพร้อม Song รูมเมทพี่ก้าน มี Chucky, Alex, Emily ไปรับ (รายชื่อทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเกาหลี)

พอ Song กลับมาถึงปุ๊บ มันก็แทบลมจับ สภาพห้องมันเละมาก เพราะก่อนหน้านี้มันให้ Alex (อีกคน) กับ Joon อยู่ชั่วคราว ซึ่งเวลานี้สองคนนั้นมันไปเริงร่าอยู่ New York แล้ว ตอนนี้คงกำลังจามกันสนั่น เพราะ Song มันบ่นถึงอยู่

นักเรียนไทยครบแล้ว ตอนนี้ก็รออาจารย์ไทย Dr. Box จะกลับมาต้นเดือนล่ะ

ต่อกันที่การ์ตูน...


อันนี้ไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกรึเปล่า แต่คิดว่าตาชั่งมันเอาการ์ฟิล์ดไปเทียบกับช้างนะ


เด็กบ้านี่ จินตนาการบรรเจิดอีกแล้ว มันคิดว่ามีสัตว์ประหลาดอยู่ใต้เตียง พอเปิดไฟก็จัดการสัตว์ประหลาดได้ แล้วมันก็ดันคิดไปอีกว่าอาจจะมีสัตว์ประหลาดในที่อื่นๆ อีก ก็เลยรื้อข้าวของออกมาเป็นการใหญ่ ป๊ะป๋าก็เลยเข้ามาดุซะ...อ้อ เจ้าเสือข้างๆ เคลวิน จริงๆ เป็นแค่ตุ๊กตา แต่ด้วยจินตนาการอันไร้ขอบเขตของเด็กบ้านี่ ตุ๊กตาเสือก็เลยกลายเป็นคู่หูที่พูดได้ เล่นได้ ทำอะไรก็ได้...ตอนเด็กๆ ใครมีคู่หูแบบนี้มั่ง ยกมือขึ้น

Friday, August 22, 2008

Day 147...Apartment Hunting (Part III) Cont.

ยังคงตามหาอพาร์ตเมนต์ใหม่อยู่ หลังจากเมื่อตอนบ่ายได้รับคำตอบจาก Steeple's Glen ว่า มันไม่ approved เนื่องจากมันบอกว่ามันไม่สามารถติดต่อเจ้าของ apartment ที่เราเคยอยู่ได้ (โทรไปแล้วไม่มีคนตอบรับ) และเราก็ไม่มี credit history

เพิ่งรู้ว่าเราไม่มีเครดิต

จริงๆ อยากจะถามมันว่ามันติดต่อเจ้าของอพาร์ตเมนต์เดิมของเราจริงรึเปล่า เพราะเราโทรไปทีไร ก็มีคนรับทุกที อีกอย่างเราเพิ่งเป็นนักเรียนใหม่ มาจากต่างประเทศ มันเอาอะไรมาวัดเครดิตเรา (ฟะ)

ช่างมัน ยังมีอีกหลายที่ยังไม่ได้โทรไป ถ้าหาที่ใหม่ไม่ได้จริงๆ ก็อยู่หอพักในยู เท่านั้นเอง มาดูการ์ตูนกันดีกว่า



แมวขี้เกียจมันก็สรรหาข้ออ้างมาได้อยู่เรื่อยนิ


เราว่าเด็กบ้าเคลวินนี่มันเจ๋งดี มันมีความคิดแผลงๆ มาอยู่เรื่อย แล้วบางทีคนเขียนก็ฝากให้หมอนี่ช่วยเหน็บเจ็บๆ บ้างเหมือนกัน